ขายฝากค่าโอนใครจ่าย? แยกค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าไถ่คืน
ค่าโอนขายฝากต้องตกลงกันอย่างไร ถ้าไม่ได้ระบุใครรับผิดชอบ และทำไมต้องแยกค่าธรรมเนียมออกจากภาษีและค่าใช้จ่ายวันไถ่คืน
ภาพประกอบการนำเสนอคำถามว่า “ขายฝากค่าโอนใครจ่าย” ต้องเริ่มจากแยกว่าหมายถึงค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ภาษี หรือค่าบริการ เพราะแต่ละรายการมีหลักเกณฑ์ต่างกัน ไม่ควรใช้คำว่า “ค่าโอนทั้งหมด” โดยไม่มีรายละเอียดประกอบ
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนขายฝาก ใครเป็นผู้จ่าย?
คู่สัญญาควรตกลงผู้รับผิดชอบไว้ให้ชัด หากไม่ได้ตกลงเป็นอย่างอื่น หลักทั่วไปเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมทำสัญญาซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 457 ให้ผู้ซื้อและผู้ขายออกเท่ากัน หลักนี้ไม่ควรถูกนำไปสรุปว่าภาษีหรือค่าบริการทุกประเภทต้องหารครึ่งด้วย
การตกลงให้อีกฝ่ายรับภาระบางรายการ ต้องตรวจด้วยว่าไม่ขัดบทบังคับหรือกฎหมายคุ้มครองที่ใช้กับกรณีนั้น และต้องเห็นยอดเงินก่อนยินยอม
ต้องแยก “ผู้มีหน้าที่เสียภาษี” กับ “ผู้รับภาระตามข้อตกลง”
ภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์มีผู้มีหน้าที่และเงื่อนไขตามกฎหมาย การเขียนว่าให้อีกฝ่ายช่วยจ่ายไม่ได้เปลี่ยนหน้าที่ต่อรัฐโดยอัตโนมัติ ควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจวิธีชำระและเอกสาร ไม่ใช้ข้อตกลงปากเปล่าแทนรายละเอียดทางภาษี
วันไถ่คืน มีหลักเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างไร?
มาตรา 500 กำหนดเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมการขายฝากที่ผู้ซื้อออกไปว่า ผู้ไถ่ต้องใช้คืนพร้อมสินไถ่ และค่าฤชาธรรมเนียมในการไถ่ทรัพย์เป็นภาระผู้ไถ่ จึงควรอ่านทั้งข้อเสนอวันขายฝากและภาระวันไถ่คืน ไม่ดูเฉพาะว่าใครสำรองเงินให้ในวันแรก
หลักนี้ไม่ใช่เหตุให้เรียกเก็บเงินรายการใดก็ได้โดยไม่มีหลักฐาน ทุกยอดควรตรวจสอบได้ และต้องพิจารณากฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องด้วย
ตัวอย่างคำถามที่ช่วยป้องกันความเข้าใจไม่ตรงกัน
แทนที่จะถามเพียงว่า “ออกค่าโอนให้ไหม” ให้ถามเป็นรายการดังนี้
- ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนขายฝากประมาณเท่าไร ใครเป็นผู้ชำระ?
- ภาษีและอากรแต่ละรายการคำนวณจากอะไร และใครรับภาระ?
- เงินที่อีกฝ่ายสำรองจ่าย ต้องชดใช้คืนเมื่อไถ่หรือไม่?
- มีค่าประเมิน ค่านายหน้า หรือค่าดำเนินการหรือไม่?
- ค่าใช้จ่ายหักจากเงินรับ หรือชำระแยกต่างหาก?
- วันไถ่คืนต้องเตรียมเงินนอกเหนือจากสินไถ่อีกเท่าไร?
“ผู้ซื้อฝากออกให้ก่อน” ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องจ่ายคืน
ตัวอย่างเพื่ออธิบายการอ่านข้อเสนอ: หากเอกสารระบุว่าอีกฝ่ายสำรองค่าธรรมเนียมในวันจดทะเบียน ควรถามต่อว่าถือเป็นการรับภาระให้ หรือเป็นเงินที่ต้องชดใช้ภายหลัง อย่าอาศัยเพียงข้อความสั้นในโฆษณา และอย่าจ่ายรายการเดิมซ้ำทั้งตอนหักเงินรับและตอนชำระวันไถ่โดยไม่ได้ตรวจบัญชี
ควรบันทึกข้อตกลงแบบไหน?
ขอเอกสารสรุปที่มีชื่อรายการ ยอดประมาณการหรือยอดจริง ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้รับภาระทางการเงิน วันชำระ และเงื่อนไขการคืนเงิน หากยอดจริงต่างจากประมาณการให้มีวิธีแจ้งและหลักฐานประกอบ อย่าเซ็นเอกสารว่างหรือเอกสารที่ยังไม่ระบุยอดสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ขายฝากต้องออกค่าโอนทั้งหมดเสมอไหม?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้นโดยไม่อ่านสัญญา ต้องแยกค่าธรรมเนียม ภาษี และบริการ รวมถึงตรวจหลักกฎหมายที่ใช้กับแต่ละรายการ
ถ้าตกลงด้วยวาจาแล้วเพียงพอหรือไม่?
ควรบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรให้ตรงกับเอกสารและยอดชำระจริง เพื่อลดข้อโต้แย้งและให้ตรวจสอบรายการได้ภายหลัง
แหล่งข้อมูลและวันที่ตรวจสอบ
ตรวจสอบข้อมูล 27 ตุลาคม 2569 ใช้เพื่อทำความเข้าใจเบื้องต้น ข้อสรุปเฉพาะรายควรตรวจสัญญาและสอบถามสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญ
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 457 และ 500 ฉบับเผยแพร่ผ่านกรมทางหลวงชนบท ดูแหล่งข้อมูล
- กรมบังคับคดี: ค่าใช้จ่ายการจดทะเบียนและไถ่ทรัพย์ขายฝาก ดูแหล่งข้อมูล

